ยุโรปตะวันออก เยอรมัน เช็ค ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการี 10 วัน

คำเตือน! โปรดใช้วิจารณญานในการซื้อสินค้า อย่าโอนเงินให้ก่อนรับสินค้า ในทุกกรณี และควรตรวจสอบข้อมูลผู้ขายให้แน่ใจทุกครั้ง ! ThaiSecondhand.com เป็นแค่สื่อกลางในการให้บริการประกาศซื้อ-ขายเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในสินค้าและบริการ

 

รายละเอียดประกาศ : ยุโรปตะวันออก เยอรมัน เช็ค ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการี 10 วัน


โปรแกรม


วันที่ 1

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 

22.00 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการบินไทย (เคาเตอร์A – B) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง


 

 

วันที่ 2

มิวนิค–โฮเฮนชวานเกา–ปราสาทนอยชวานชไตน์ - แอมเบิร์ก

 

01.00 น. ออกเดินทางสู่เมืองมินิคโดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 924
07.15 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติมิวนิคประเทศเยอรมนี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำคณะท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรปเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมือง โอเบอรามาเกา” “Oberammergau” เมืองเล็กๆ ตัวเมืองยังงดงามด้วยภาพเขียนสีบนผนังบ้านเรือนที่เกี่ยวกับคริสต์ศาสนาทั่วทั้งเมืองมีร้านรวงเล็กๆที่จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับศาสนิก เก็บภาพประทับใจกับบรรยากาศที่คลาสสิกจากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองฟุสเซ่นเมืองเล็กน่ารักบริเวณเขตชายแดนของประเยอรมันและออสเตรียผ่านเส้นทางสายที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติของเขาสูงนำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมืองโฮเฮนชวานเกา” ในแคว้นบาวาเรียของเยอรมนี
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารภัตตาคารท้องถิ่น เมนูพิเศษ! ชิมรส “ขาหมูเยอรมัน” รสชาติแบบต้นตำรับแท้ๆพร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการสัมผัสรสชาติ “เบียร์เยอรมัน” ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากนั่นนำคณะท่านเปลี่ยนการเดินทางโดย นั่งรถมินิบัสขึ้นสู่ยอดเขา พร้อมทั้งนำคณะท่านเข้าชมภายใน “ปราสาทนอยชวานชไตน์” ปราสาทที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบการสร้างปราสาทเทพนิยายของเจ้าหญิงนิทราแห่งดีสนีย์แลนด์ ซึ่งได้ถูกตกแต่งไว้อย่างอลังการตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรียประเทศเยอรมนีสร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียในช่วงค.ศ. 1845-86 ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์สูงกว่า 200 เมตรเหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัท จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองนูเรมเบิร์ก” เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของแคว้นบาวาเรีย เป็นเมืองเก่าที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1050 ยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ และเป็นเมืองศูนย์กลางของชาวโรมัน มีร่องรอยของอาคาร ทางเดิน แบบชาวโรมัน เวลาต่อมาก็เป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า การอุตสาหกรรม ของประเทศเยอรมนี เคยมีกษัตริย์ปกครองจากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองแอมเบิร์ก”
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : Arcadia Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียงพักเมืองแอมเบิร์ก


 

 

วันที่ 3

แอมเบิร์ก–คาโรวีวารี่ - กรุงปร๊าก–จัตุรัสเมืองเก่า - สะพานชาร์ล - นาฬิกาดาราสาตร์

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะออกเดินทางสู่ “ เมืองคาโรวีวารี่ ” เมืองตากอากาศแสนสวยของสาธารณรัฐเช็ค พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างการเดินทาง ชมทัศนียภาพที่งดงามของไร่ต้น ฮอบบ์ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทำเบียร์ของประเทศ ท่ามกลางหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์จนกระทั่งรถโค้ชมาถึง “เมืองคาร์โลวีวารี่” เมืองแห่ง “สปา” ที่ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็คเป็นเมืองตากอากาศที่น่ารักมีบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้าชาร์ลที่ 4 ทรงพบแหล่งน้ำแร่ที่เมืองนี้ในปี ค.ศ. 1358 เมื่อครั้งเสด็จออกล่าสัตว์ แล้วสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งตกลงไปในน้ำพุ ร้อนนับแต่นั้นมาเมืองนี้ก็มีชื่อเสียงเป็นต้นมาจนกระทั่งปัจจุบัน บ่อน่ำพุร้อนที่นี่มีทั้งหมด 12 แห่งเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ โดยมีกษัตริย์ของยุโรปหลายพระองค์ได้เคยเสด็จมาเยือน อาทิจักรพรรดินีมาเรียเทเรซาแห่งออสเตรีย , พระเจ้าปีเตอร์มหาราชแห่งรัสเซียและพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 1 แห่งปรัสเซีย ทำให้เมืองนี้กลายเป็นรีสอร์ทสุขภาพระดับโลกนอกจากนี้คาร์โรวี วารี ยังได้ชื่อว่าเป็นที่ชุมนุมของเหล่าศิลปินชื่อดังด้วยไม่ว่าจะเป็น เกอเธ่, บีโธเฟ่น, โชแปง ฯลฯ นำคณะเข้าชม “บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ” ซึ่งเป็นจุดสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ซึ่งมีแท่นน้ำพุน้ำแร่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 30, 50, 72 องศา เซลเซียส ให้ได้ลองดื่ม การดื่มน้ำแร่ที่นี่ นั้นท่านจะต้องใช้แก้วพิเศษ เป็นแก้วทำจาก “พอร์ซเลน” ที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำซึ่งเชื่อกันว่า ดีต่อระบบย่อยอาหาร จากนั้นนำคณะชมความสวยงามของเมือง และความสวยงามของ “แม่น้ำเทปลา” ที่ไหลผ่านใจกลางเมืองซึ่งช่วยเพิ่มความงดงามให้แก่ตัวเมืองแห่งนี้มากยิ่งขึ้น และเมืองนี้ทั้งเมืองจัดเป็นเมืองปลอดมลพิษ ไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่งภายในเมืองถ่ายรูปคู่กับอาคารเก่าแก่หลากหลายสถาปัตยกรรม และโรงละครที่สวยงามของเมืองชมโบสถ์ประจำเมืองเล็กๆ ที่มีสัญลักษณ์ของเมืองอยู่บริเวณหน้าโบสถ์แล้วเดินลัดเลาะไปตามลำน้ำเทปลาท่ามกลางหุบเขาที่นักท่องเที่ยวหลายท่านบอกว่าคล้ายสวิตเซอร์แลนด์เป็นอย่างมากและมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกมากมายตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเดินทางสู่ “กรุงปร๊าก” พร้อมชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ทุ่งดอกเรบซีดสีเหลืองอร่าม และหมู่บ้านชนบทอันเงียบสงบ ตลอดเส้นทางการเดินทางจนกระทั่งเข้าสู่ “กรุงปร๊าก” เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ค ซึ่งตั้งอยู่ริมสองฟากฝั่งแม่น้ำวัลตาวา นำท่านเดินเที่ยวชม “จัตุรัสเมืองเก่าสตาเรเมสโต” บริเวณโดยรอบล้วนเป็นอาคารและวิหารเก่าแก่อายุกว่า 600 - 700 ปีที่มีความงดงามโดดเด่นชม “อนุสาวรีย์ยานฮุส” ผู้นำฝ่ายปฏิรูปศาสนาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีตถูกเผาทั้งเป็น ผู้นี้ต่อต้านความเหลวแหลกฟุ้งเฟ้อของศาสนาคริสต์นิกายแคธอลิกในยุคนั้นเมื่อกว่า 500 ปีก่อน โดยผู้ปกครองของฝ่ายคริสต์ศาสนจักรโรมันคาทอลิคชม อาคารเมืองเก่า (The Old Town Hall) ที่มีนาฬิกาดาราศาสตร์ (The Astronomical Clock) ตั้งอยู่ตรงมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจัตุรัส และนักท่องเที่ยวจะได้ชมรูปปั้นตุ๊กตาสาวกของพระเยซูคริสต์ทั้งสิบสองคนปรากฏโฉมออกมาให้เห็นทุกๆชั่วโมงตั้งแต่เวลา 09:00 จนถึง 21:00 น. บริเวณใกล้เคียงกันนี้ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวยิวที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปหลังมีเวลาให้คณะท่านได้เดินเล่นช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองสไตล์เช็คและโบฮีเมียนอาทิเช่นเครื่องแก้วสีต่างๆหุ่นกระบอก งานผ้าปักรวมถึงชิ้นงานแกะสลัก ฯลฯ หากมีเวลาท่านสามารถชม “โรงละคร” Municipal House อาคารที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว ซึ่งเคยเป็นพระราชวังของกษัตริย์ของแคว้นโบฮีเมียระหว่าง ค.ศ.1905-1911 นำคณะเดินชมวิว “สะพานชาร์ลส์” สะพานสัญลักษณ์ของเมืองที่สร้างข้ามแม่น้ำวัลตาวาในช่วงศตวรรษที่ 14 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกตลอดราวสะพานมีประติมากรรมหินทรายรูปปั้นของนักบุญต่างๆ ถึง 30 รูปสัมผัสเหล่าศิลปินซึ่งได้นำผลงานมาแสดงของตนออกมาโชว์และจำหน่ายอยู่ริมสองข้างสะพาน
ค่ำ  บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารจากนั้นนำคณะท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก    
พักที่ :  Holiday Inn Congress ที่พักระดับใกล้เคียงพักกรุงปร๊าก


 

 

วันที่ 4

ปร๊าก- ปราสาทปร๊าก– มหาวิหารเซ็นต์วินตัส– ถนนโกลเด้นเลน เชสกี้คลุมลอฟ - Old Town

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้าณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ตระการตาของ “ปราสาทปร๊าก” ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.885 เป็นศิลปะสไตล์โกธิค สร้างขึ้นโดยเจ้าชายบริโวจเดิมในสมัยกลางเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สมัยต่างๆ ในจักรวรรดิโบฮีเมียตลอดมานับเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองของกรุงปร๊ากมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันนี้ได้ถูกใช้เป็นทำเนียบรัฐบาล และเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเช็ค จากนั้นนำคณะท่านเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางของปราสาทที่แวดล้อมไปด้วยโบราณสถานเก่าแก่อายุกว่า650ปี เข้าชมความใหญ่โตโอ่อ่าของ “มหาวิหารเซนต์วิตัส” โบสถ์เก่าแก่สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1929 เป็นมหาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่าที่สุดอย่างยิ่งของชาวเช็คทุกคนเนื่องจากใช้เป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่เก็บมงกุฎเพชรที่ทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 กษัตริย์ผู้สร้างความเจริญสูงสุดที่ทำให้กรุงปร๊ากกลายเป็นเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบฮีเมียและจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ชมหน้าต่างที่ประดับด้วยกระจกสีอันงดงามเป็นรูปภาพของนักบุญองค์ต่างๆ
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะท่านออกเดินทางถึง “เมืองเชสกี้ครุมลอฟ” เป็นเมืองขนาดเล็กในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของสาธารณรัฐเช็กมีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรมและศิลปะของเขตเมืองเก่าและปราสาทครุมลอฟ ตัวเมืองตั้งอยู่บนสองฝั่งแม่น้ำวิตาวา เป็นเมืองที่สร้างขึ้นล้อมรอบปราสาทยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนั้นเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์  ซึ่งเขตเมืองเก่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติขององค์การยูเนสโกในปี 1992 นำท่านชมและให้ท่านได้มีเวลาถ่ายรูปคู่กับ “ปราสาทเชสกี้ครุมลอฟ” ปราสาทนี้ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากปรากเป็นปราสาทยุคเรอเนสซองซ์สร้างขึ้นราวๆศตรวรรษที่ 13 สไตล์โกธิกเรอเนสซองซ์และบารอกภายในปราสาทเก็บรวบรวมเฟอร์นิเจอร์สไตล์พีเรียดของอังกฤษ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารจากนั้นนำคณะท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก    
พักที่ : Old Inn Hotel / Bellevue Hotel ที่พักระดับใกล้เคียงพักในเมืองเก่าคลุมลอฟ
เนื่องจากโรงแรมภายในเมืองเก่าคลุมลอฟมีจำนวนจำกัดและแต่ละโรงแรมจะมีห้องพักอาจจะไม่เพียงพอสำหรับคณะเพราะตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าถ้าระหว่างช่วงที่ท่านเดินทางห้องพักภายในเมืองเก่าเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนที่พักเป็นเมืองใกล้เคียงแทน


 

 

วันที่ 5

เชสกี้คลุมลอฟ - กรุงบราติสลาวา – ปราสาทบราติสลาวา– บูดาเปสต์ ล่องเรือแม่น้ำดานูบ–กูลาชปาร์ตี้

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้าณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำท่านออกเดินทาง “กรุงบราติสลาวา” เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวาเกีย รวมทั้งเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในภูมิภาคยุโรปกลาง มีประชากรประมาณ 450,000 คน กรุงบราติสลาวาตั้งอยู่บนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ ที่บริเวณพรมแดนของสโลวาเกียกับออสเตรียและฮังการี ใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเชก เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเวียนนาเพียง 50 กิโลเมตร เป็นนครสำคัญทางการเมือง เศรษฐกิจและทางวัฒนธรรมของแคว้นสโลวาเกีย โบสถ์และสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น ปราสาทที่เคยใช้เป็นป้อมปราการสมัยโบราณ นำท่านสมาชิกผ่านชม “หอคอย” บราติสลาวาอันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ผ่านชมย่านเมืองเก่า อาคารย่านเมืองเก่านี้ มีหลังคาสีเขียวเป็นสถาปัตยกกรมบา รอก และถนนหนทางปูหินแบบเมืองหลวงเก่าของยุโรป เก็บภาพความสวยงามของ “ปราสาทบราติสลาวา” และแนวเทือกเขาคาร์เปเทียนเริ่มต้นในบริเวณเมืองนี้ด้วย, ภูเขาลิตเทิลคาร์เปเทียน (ส่วนหนึ่งของเทือกเขาคาร์เปเทียน) และมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ อาทิเช่น ผ้าลูกไม้, เครื่องกระเบื้อง ฯลฯ
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่  “กรุงบูดาเปสต์” เมืองหลวงของประเทศฮังการี ซึ่งในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรออสโตร-ฮังกาเรียน เมืองที่มีแม่น้ำดานูบไหลผ่านกลางเมืองซึ่งแบ่งเป็นสองฝั่งคือฝั่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของประวัติศาสตร์นำคณะ “ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์สองฝากฝั่งแม่น้ำดานูบ” แม่น้ำนานาชาติไหลผ่านหลายประเทศ ในยามอากาศดีสายน้ำสีฟ้าใสเปล่งประกายให้ดูโดดเด่นวิวทิวทัศน์ที่สวยที่สุด ระหว่างการล่องเรือท่านจะได¬ชม “อาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดของยุโรป” สัญลักษณ์ของประเทศ อาคารนี้ถูกสร้างแบบนีโอโกธิคอันโดดเด่น ชมอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้¬คนสองฟากฝั่งแม่น้ำดานูบที่สวยงามเกินคำบรรยาย
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร(อาหารท้องถิ่น )บริการอาหารมื้อพิเศษ! Welcome Dinner พร้อมฟังดนตรีพื้นเมือง “กูลาชปาร์ตี้” หลังอาหารนำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่ :  Best Western Hotel Budapest  ที่พักระดับใกล้เคียงพักกรุงบูดาเปสต์


 

 

วันที่ 6

บูดาเปสต์–คาสเซิ่ลฮิลล์ - ป้อมฟิชเชอร์แมนบาสเตียน - มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น อนุสาวรีย์แห่งสหัสวรรษ –ช้อปปิ้ง Outlet Parndorf- หมู่บ้านกรินซิ่ง

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะเดินทางผ่านชุมชนโรมันโบราณขึ้นไปยัง “คาสเซิ่ลฮิลล์” Castle Hill ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคฤหาสน์ของกษัตริย์ และโบราณสถานซึ่งยังมีร่องรอยบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตชม “ป้อมปราการฟิชเชอร์แมนบาสเตียน” ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การสร้างชาติฮังกาเรียน สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในตอนที่ถูกพวกมองโกลรุกรานในปีค.ศ. 1241-1242 และบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “โบสถ์แมทเทียส”เป็นโบสถ์สำคัญของเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ที่โดดเด่นด้วยยอดโบสถ์อันงดงาม เคยใช้เป็นที่จัดพิธีสวมมงกุฎแด่กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์นำคณะชม “อนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่น” ปฐมกษัตริย์ของชาวแมกยาร์จากนั้นเดินทางต่อสู่ “จัตุรัสวีรบุรุษ” สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรบุรุษผู้กอบกู้ชาติ และยังใช้ในพิธีสวนสนามของทหารฮังการี จากนั้นนำชมความยิ่งใหญ่อลังการของ “มหาวิหารเซนต์ สตีเฟ่น” ใจกลางเมือง 
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านสมาชิกออกเดินทางสู่Outlet Parndorfให้ท่านได้มีเวลาเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมมากมายในราคาพิเศษ เช่น Lacoste, Samsonite, McGregor, Ulla Popken,Gaastra, Hallhuber, Guess, Polo Ralplauren, Geox, Bally, Armani, Burberry, Camel, Timberland, Vans, Levi’s, Diesel, Nike, Adidas ฯลฯจากนั้นออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ชื่อดังแห่งกรุงเวียนนา RIB OF VIENNA ภัตตาคารพื้นเมือง อายุกว่า 500 ปีในอดีตเคยมีศิลปินระดับโลกอย่าง บีโธเฟ่น เดินทางมารับประทานให้ท่านได้อิ่มอร่อยกับ เมนูพิเศษ! : ซี่โครงหมู อันมีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ ในรสชาติแบบเวียนนา ต้นตำรับขนานแท้พร้อมไวน์เลิศรสhttp://www.youtube.com/watch?v=uXDqnyD7vAQ#t=16
(ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงสถานที่และเมนูโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า)
พักที่ :  Austria Trend ParkhotelSchönbrunn ที่พักระดับใกล้เคียง พักกรุงเวียนนา


 

 

วันที่ 7

เวียนนา–พระราชวังเชินบรุนน์–ฮัลล์ชตัทท์–เข้าพักเมืองฮัลชตัทท์

 

เช้า  บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก นำคณะเข้าชมความสวยงามภายใน “พระราชวังเชินบรุนน์” พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฮัปสบวร์กที่ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17 โดยพระประสงค์ของ “ พระนางมาเรียเทเรซ่า ” จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันที่ตั้งพระไทว่า จะสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในกรุงปารีส  ด้านหลังของพระราชวังในอดีตเคยใช้เป็นที่ล่าสัตว์ปัจจุบันได้ตกแต่งเป็นสวนและ น้ำพุอย่างสวยงาม อันเป็นที่มาของชื่อพระราชวังเชินบรุนน์ในอดีตนั้นพระราชินีฝรั่งเศส มารีอังตัวเนต ได้เคยใช้ชีวิตช่วงวัยเด็ก ณพระราชวังแห่งนี้ และ โมสาร์ทยังเคยมาบรรเลงดนตรีจักพรรดินโปเลียนเคยได้เสด็จมาประทับอยู่กับพระราชโอรสของพระองค์สัมผัสความงามอันวิจิตรตระการตาภายในห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องแกลลอรี่, ห้องมิลเลี่ยน, ไชนีสรูม ห้องบอลลูม ใช้จัดงานเต้นรำ หรือแสดงดนตรีปัจจุบันยังมีการใช้งานอยู่เป็นครั้งคราวฯลฯท่ามกลางอุทยานสวนดอกไม้นานาพันธุ์
เที่ยง  บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่าย นำคณะถ่ายภาพบริเวณด้านหน้า“พระราชวังเบลเวแดร์”พระราชวังหรูหราสไตล์บาโร้กที่สวยงามที่สุดในยุโรปที่ปัจจุบันกลายเป็นหอศิลป์แห่งประเทศออสเตรียพระราชวังแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีหมั้นของพระนางมารีอังตัวเนต กับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16จากนั้นเริ่มต้นเข้าสู่ “ถนนวงแหวน” Ring Strasseผ่านชม โรงอุปรากร (โอเปร่าเฮาส์), พระราชวังฮอฟบวร์ก, อาคารรัฐสภา, ศาลาว่าการ, มหาวิทยาลัย,เวียนนา,โบสถ์ประจำเมือง, ศาลสูง ฯลฯ จากนั้นให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการเดินเล่นใน “สวนสาธารณะสตัดปาร์ค”สวน สาธารณะใจกลางเมืองและยังเป็นที่ตั้งของ“อนุสาวรีย์โยฮันสเตร้าส์ จูเนียร์”Johann Straussศิลปินที่มีชื่อเสียงก้องโลก เจ้าของบทเพลงอมตะ By the beautiful blue Danubeจากนั้นนำคณะเดินทางเข้าสู่ “ถนนคาร์ทเนอร์” ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย  เชิญท่านเลือกซื้อหาของฝากจากออสเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัลของที่ระลึกพร้อมชม“โบสถ์เซนต์สตีเฟน”(St.Stephen Cathedral) หรือในภาษาเยอรมันว่าชเตฟานส์โดม (Stephansdom) เป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างในศิลปะโกธิกตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 13  ถือเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศออสเตรีย  ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของโบสถ์นี้คือหอคอยทางทิศใต้ที่มีความสูงถึง 136.7 เมตรใช้เวลาก่อสร้างกว่า 75 ปี และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1433  นำท่านเดินทางตามเส้นทางของภาพยนตร์ชื่อดัง“เดอะซาวน์ออฟมิวสิก” ชมความสวยงามตามธรรมชาติระหว่างทาง แวะเที่ยวชมเมืองฮัลล์ชตัทท์Halstateริมฝั่งทะเลสาบวูฟกังนำท่านชมเมืองฮาลสตัดซ์ใจกลางดินแดนแห่งเทพนิยาย“ซาลสกัมแมร์กูท” มีพลอยเม็ดงามประดับอยู่เชิงเขา “ดัคชไตน์” ที่สูงตระหง่านแผ่นดินทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมนี้คลุมอาณาบริเวณ เมืองฮัลล์ชตัทท์, โกเซา, โอแบร์ทราวน์ และบาดกอยแซร์นรวมกันเป็นศูนย์กลางของ“อินเนอร์ซาลสกัมแมร์กูท”ดินแดนซึ่งมีวัฒนธรรมสืบทอดต่อกันมานานถึง 3,500 ปี เหมืองเกลือที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยกลางของยุคสำริดสร้างความเจริญให้ท้องถิ่นเที่ยวชมสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการประดับเครื่องไม้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากจารีตประเพณีที่ยังคงมีชีวิตชีวาจากนั้นนำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซีสตราซ” (See Strasse) ระยะทางประมาณ300 เมตรอีกสองข้างทางจะมีร้านขายของที่ระลึกที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่สวยงามตลอดเส้นทาง บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า  ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของ ถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้พักผ่อนนั่งจิบกาแฟ หรือเดินเที่ยวชมเมืองตามอัธยาศัย 
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำณ ภัตตาคาร
หมายเหตุ : โรงแรมที่เมืองฮัลสตัทท์เป็นโรงแรมสไตล์พื้นเมืองแบบอิงธรรมชาติซึ่งห้องพักจะไม่ใหญ่มากนักและมีจํานวนที่พักจํากัดหากที่พักในเมืองฮัลสตัทท์เต็มหรือได้ที่พักไม่เหมาะสมกับคณะทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนที่พักไปที่เมืองเซนต์วูลฟ์กังหรือเมืองใกล้เคียงแทน 
พักที่ : HERITAGE HOTEL, HALLSTATT ที่พักระดับใกล้เคียงพักเมืองฮัลล์ชตัทท์


 

 

วันที่ 8

ฮัลล์ชตัทท์–มิวนิค–จัตุรัสมาเรียนพลาส - ช้อปปิ้งแบรนด์เนม

 

เช้า  บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก มีเวลาสบายๆให้ท่านได้เดินเล่นชมธรรมชาติยามเช้าอันแสนโรแมนติกของ “เมืองฮัลล์ชตัทท์”เมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลกและยังเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศออสเตรียโดยเมืองฮัลล์ชตัทท์นั้นอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย (Upper Austria) ซึ่งเป็น 1 ใน 9 รัฐของประเทศออสเตรียปัจจุบันเมืองฮัลล์ชตัทท์และเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุทได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี 1997นำคณะออกเดินทางสู่“เมืองมิวนิค ”Munich เป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมือง หลวงของแคว้นบาวาเรียมิวนิคเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรปเป็นเมืองที่ร่ำรวยศิลปะ และสถาปัตยกรรมสไตร์บารอก และเรอเนสซองส์ เมืองที่รอคอยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกลิ่นอายขนบธรรมเนียมประเพณีแบบบาวาเรียนแท้ๆที่เปี่ยมเสน่ห์และน่าหลงใหลรถโค้ชนำคณะผ่านชม “โอลิมปิคปาร์ค”สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สนามกีฬาระดับโลกที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในปี ค.ศ.1972 ซึ่งเมืองมิวนิคเคยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคในครั้งที่20 ที่ผ่านมามีการออกแบบไว้อย่างพิถีพิถันเพื่อให้ผลงานออกมาอย่างดีเยี่ยมจนทำให้สนามกีฬาแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านความงามดุจงานปฏิมากรรมชิ้นเอกที่ถือเป็นหน้าเป็นตาของ “เมืองมิวนิค” 
อิสระกับอาหารมื้อกลางวันเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้งของทุกท่าน “เมืองมิวนิค” นครหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน นำท่านนั่งรถผ่านชมเมืองมิวนิค ที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมในหลายรูปแบบ อย่างสวยงามคลาสสิคหรือทันสมัย อาทิ จัตุรัสมาเรียนพลาส(MarienPlatz) ศูนย์รวมกิจกรรมนานาชนิดของชาวมิวนิค ถ่ายรูปคู่กับศาลากลางมิวนิค ที่สร้างเมื่อปี ค.ศ.1867-1908 ซึ่งมีหอระฆังอันมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ตั้งอยู่ตัวหอคอย มีความสูงถึง 278 ฟุต
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารพิเศษ HOF BAUHAUS ต้นตำรับโรงเบียร์เยอรมัน ให้ทานได้ลองทานอาหารพื้นเมือง ไส้กรอกบาวาเรีย อันเลื่องชื่อ พร้อม เบียร์เยอรมัน
พักที่ : Holiday Innหรือที่พักระดับใกล้เคียง พักเมืองมิวนิค


 

 

วันที่ 9

มิวนิค - กรุงเทพฯ

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
…………  ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติมิวนิค เพื่อผ่านขั้นตอนการตรวจเช็คบัตรโดยสารและทำคืนภาษี
14.25 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 925


 

 

วันที่ 10

กรุงเทพฯ

 

06.05 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
หมายเหตุ :  โปรแกรมการเดินทางอาเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความสนุกสนาน และความปลอดภัยในการเดินทาง โดยได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ  จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ


อัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง

29 เม.ย. - 08 พ.ค. 2558

ผู้ใหญ่พัก ห้องละ 2 ท่าน

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน

ราคาต่อท่าน 101,900.-

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ( มีเตียงเสริม ) 97,900.-

พักเดี่ยว จ่ายเพิ่ม

ราคาท่านละ 22,000.-

101,900 บาท

ข้อมูลประกาศ

แจ้งประกาศไม่เหมาะสม

ข้อมูลผู้ลงประกาศ

สินค้าแนะนำ