แกรนด์เยอรมนี 10 วัน

คำเตือน! โปรดใช้วิจารณญานในการซื้อสินค้า อย่าโอนเงินให้ก่อนรับสินค้า ในทุกกรณี และควรตรวจสอบข้อมูลผู้ขายให้แน่ใจทุกครั้ง ! ThaiSecondhand.com เป็นแค่สื่อกลางในการให้บริการประกาศซื้อ-ขายเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในสินค้าและบริการ

 

รายละเอียดประกาศ : แกรนด์เยอรมนี 10 วัน


โปรแกรม


วันที่ 1

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 

17.00 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการการ์ตาร์แอร์เวย์ (เคาเตอร์Q) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
20.55 น. ออกเดินทางสู่กรุงโดฮาร์ ประเทศการ์ตาร์...โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR833
23.45 น. เดินทางถึงประเทศการ์ตาร์ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง (ในเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)


 

 

วันที่ 2

มิวนิค–เข้าชมปราสาทนอยชวานชไตน์–โอเบอรามาเกา - ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

 

02.10 น. ออกเดินทางสู่กรุงมิวนิค...โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR059
07.20 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิค ประเทศเยอรมนี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมืองโฮเฮนชวานเกา” ในแคว้นบาวาเรียของเยอรมนี จากนั้นนำคณะท่านเปลี่ยนการเดินทางโดย นั่งรถมินิบัสขึ้นสู่ยอดเขา พร้อมทั้งนำคณะท่านเข้าชมภายใน “ปราสาทนอยชวานชไตน์” ปราสาทที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบการสร้างปราสาทเทพนิยายของเจ้าหญิงนิทราแห่งดีสนีย์แลนด์ ซึ่งได้ถูกตกแต่งไว้อย่างอลังการตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรียประเทศเยอรมนีสร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วงค.ศ. 1845-86 ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์สูงกว่า 200 เมตรเหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัทสมควรแก่เวลานำคณะลงจากปราสาท เดินทางสู่เมืองโอเบอรามาเกา “Oberammergau” เมืองเล็กๆ ตัวเมืองยังงดงามด้วยภาพเขียนสีบนผนังบ้านเรือนที่เกี่ยวกับคริสต์ศาสนา ทั่วทั้งเมืองมีร้านรวงเล็กๆ ที่หน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับศาสนิก เก็บภาพประทับใจกับบรรยากาศที่คลาสสิก จากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองฟุสเซ่นเมืองเล็กน่ารักบริเวณเขตชายแดนของประเยอรมันและออสเตรีย ผ่านเส้นทางสายที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติก
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่าน “เมืองมิวนิก” Munich เป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรียมิวนิก เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป เป็นเมืองที่ร่ำรวยศิลปะและสถาปัตยกรรมสไตร์บารอก และเรอเนสซองส์ เมืองที่รอคอยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกลิ่นอายขนบธรรมเนียมประเพณีแบบบาวาเรียนแท้ๆที่เปี่ยมเสน่ห์และน่าหลงใหล นำคณะเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางบริเวณ “จตุรัสมาเรียนพลัทซ์” ศูนย์กลางของมิวนิกอันเป็นที่ตั้งของเทศบาลเขตเมืองเก่าใจกลางเมือง นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ที่จะชม “ตุ๊กตาเต้นรำ” ที่ประดับอยู่บนอาคารเทศบาลเมืองเก่าเวลา 11.00 น. ของทุกวัน ให้ท่านได้สนุกสนานกับการช้อปปิ้งบริเวณ จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ กับสินค้าอันหลากหลายแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังหลากหลายยี่ห้อจากทั่วทุกมุมโลก และสินค้าที่ระลึกที่เป็นสัญลักษณ์ต่างๆของเมือง ตลอดจนร้านขายของที่ระลึกของสโมสรฟุตบอลอันยิ่งใหญ่บาร์เยอร์นมิวนิค
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารพิเศษ!!!! HOF BAUHAUS ต้นตำรับโรงเบียร์เยอรมัน ให้ทานได้ลองทานอาหารพื้นเมือง ขาหมูเยอรมัน ใส้กรอกบาวาเรีย อันเลื่องชื่อ พร้อม เบียร์เยอรมัน
พักที่ :SHERATON WEST HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียงพักเมืองมิวนิค


 

 

วันที่ 3

มิวนิค - กามิซพาร์เท่นเคียร์เซ่น–ยอดเขาซุกสปิตเซ่–ฟุสเซ่น - โรเธนบิร์ก

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้าณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำท่านออกเดินทางเข้าสู่เมือง “กามิซพาร์เท่นเคียร์เซ่น” เมืองฝาแฝดที่สวยงามและน่ารัก นำท่านเที่ยวชมเมืองอันสวยงามแห่งนี้นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟ เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทะเลสาบที่อยู่เบื้องล่าง จากนั้นคณะเดินทางขึ้นสู่ยอดเขา ชมวิวจากบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี คือ 9,721 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเลเมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกล ไปถึง 4 ประเทศด้วยกัน คือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี และสวิสเซอร์แลนด์ โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีก 3 ยอด คือ แอล์สปิตซ์ (Alpspitz) ครอยเซ็ค (Kreuzeck) และแวงค์ (Wank) ได้เวลาสมควรจากนั้นนำท่านเดินทางลงเขาสู่ตัว “เมืองฟุสเซ่น”
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้นเดินทางสู่ “เมืองโรเธนเบิร์ก” นำท่านเดินเที่ยวชมเมืองแห่งป้อมปราการที่ย้อนยุคการสร้างเมืองไปในศตวรรษที่ 13 ปัจจุบันนี้ก็ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ได้ภายในกำแพงเมืองโบราณที่แข็งแกร่งท่านจะชื่นชมกับบรรยากาศของบ้านเรือนและศาสนสถานที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เช่น วิหารเซนต์จาคอบ, จตุรัสมาร์คพลาซและถนนช้อปปิ้งคลอสเตอร์กาส
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :GOLDEN HIRSCH HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียงพักเมืองโรเธนบิร์ก


 

 

วันที่ 4

โรเธนบิร์ก–ดินเกลส์บูล - นูเรมเบิร์ก

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้าณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำท่านออกเดินทางสู่เส้นทางสายโรแมนติกผ่านชม “เมืองดินเกลส์บูล” เมืองที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยยุคกลางของยุโรป และยังมีบทบาทในช่วงที่มีสงครามศาสนาในยุโรปอีกด้วย ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงและอาคารเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ด้วยสีสันและศิลปะในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน นำท่านชมเมืองแสนสวยที่อนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าแก่ต่างๆเอาไว้ แวะชมโบสถ์เซนต์จอร์จ อันเก่าแก่และยังอนุรักษ์หอคอยในสไตล์โรมาเนสต์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวเมืองแห่งนี้โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 โดยตัวโบสถ์นั้นออกแบบโดย NikolausEsele ซึ่งถือว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามอีกแห่งของเมือง 
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองนูเรมเบิร์ก” เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของแคว้นบาวาเรีย ปัจจุบันมีประชากรราว 5 แสนคน เป็นเมืองเก่าที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1050 ยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ และเป็นเมืองศูนย์กลางของชาวโรมัน มีร่องรอยของอาคาร ทางเดิน แบบชาวโรมัน เวลาต่อมาก็เป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า การอุตสาหกรรม ของประเทศเยอรมนี เคยมีกษัตริย์ปกครอง มีปราสาทแสนสวยบนเนินเขา เมื่อถึงยุคฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีแห่งอาณาจักรไรช์ที่ 3 ท่านผู้นำก็ใช้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางการทหาร มีอาคารรัฐสภา และตั้งเป็นหน่วยระดมพลทหารเรือนแสน นาซีเปลี่ยนเมืองแห่งเทพนิยายให้กลายเป็นเมืองแห่งสงครามในช่วงทศวรรษที่ 1930 และไม่นานจากนั้นก็ถึงกาลล่มสลายแห่งอาณาจักรไรช์ที่ 3 เมืองนี้ถูกบอมบ์อย่างพินาศย่อยยับ ก็ในเมื่อเป็นศูนย์กลางทางการทหาร เหล่าพันธมิตรก็มุ่งโจมตีจนแทบจะสูญหายไปจากแผ่นที่ประเทศ ปัจจุบัน ได้ซ่อมแซมขึ้นมาใหม่อย่างสวยงามนำท่านชมจตุรัสกลางเมือง มีเวลาให้ท่านได้เก็บภาพความงามอย่างจุใจ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :MERCURE HOTEL หรือ ที่พักระดับใกล้เคียงพักเมืองนูเรมเบิร์ก


    

 

วันที่ 5

นูเรมเบิร์ก–เดรสเดน– เบอร์ลิน

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้าณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำคณะออกเดินทางสู่เมืองที่สวยงามอีกเมือง “เมืองเดรสเดน” นครหลวงแห่งแคว้นแซกโซนี่ ซึ่งเป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองและร่ำรวยมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป รวมทั้งศิลปะวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่สวยงามทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จนได้รับฉายาว่า “นครฟลอเร้นซ์แห่งลุ่มแม่น้ำเอลเบ” เดรสเดนมีประวัติอันยาวนานตั้งแต่สมัยกลางศตวรรษที่ 11 เมื่อมีการตั้งศูนย์มิชชันนารีขึ้น จนเจริญสืบเนื่องมาเป็นศูนย์กลางของศิลปะและความรู้ของแคว้นแซกโซนี จนมาถึงวันที่ 14 ก.พ.1945 เมืองเดรสเดนถูกทำลายอย่างหนักจากเครื่องบินทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร และในเวลาต่อมาผู้คนในเมืองก็ร่วมมือร่วมใจกันค่อยๆบูรณะปฏิสังขรณ์บ้านเรือนขึ้นมาให้สวยงามเหมือนเมื่อครั้งในอดีต 
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะชมความสวยงามของสถานที่สำคัญต่าง ๆ ภายในเมือง ชมความสวยงามอันโดดเด่นของ “เดอะเซมเพอร์โอเปร่าเฮ้าท์” โรงอุปรากรประจำเมืองสร้างเสร็จในปี 1878 โดยเซมเพอร์ในสไตล์อิตาเลียนบาร็อคอาคารหลังนี้มีความโดดเด่นอย่างเท่าเทียมกันทั้งด้านสถาปัตยกรรมและดนตรี เพราะตัวอาคารออกแบบได้สวยงามสมส่วนเป็นที่จัดแสดงดนตรี และอุปรากรในโอกาสสำคัญๆ นำคณะเข้าชมสวนแสนสวย “เดอะสวิงเกอร์” Zwinger สวนประจำวังที่สวยงาม 
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :NH MITTE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียงพักกรุงเบอร์ลิน


 

 

วันที่ 6

เบอร์ลิน - พอสดัม– พระราชวังซ็องซูซี - ประตูชัยบราเดนเบิร์ก - เมโมเรียลเชิร์ช

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้าณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองพอสดัม” เป็นเมืองหลวงของรัฐบรันเดนบูร์กทางด้านตะวันออกของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่บนแม่น้ำฮาเฟิล (Havel) 26 ก.ม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเบอร์ลินและเป็นส่วนหนึ่งของเขตนครเบอร์ลิน มีประชากรประมาณ 154,606 คน นำท่านชมเมืองพอทสดัม Potsdam ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเป็นที่ประทับของกษัตริย์ปรัสเซียหลายพระองค์ตั้งแต่ค.ศ. 1918 ตัวเมืองประกอบไปทะเลสาบเชื่อมต่อกันเป็นจำนวนมาก และมีภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะสวน และพระราชวังพระราชวังซ็องซูซี (SanssouciPalace ไกลกังวล) ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ได้เวลาสมควรนำคณะออกเดินทางเข้า “กรุงเบอร์ลิน” Berlin มหานครอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมให้สวยงามและดูยิ่งใหญ่ดังเดิม หลังจากการรวมตัวของเยอรมันตะวันตกในค่ายโลกเสรี และเยอรมันตะวันออกในฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่แบ่งแยกกันมานานร่วม 50 ปี ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เที่ยวชมความสวยงามของ 2 ฝั่งนครเบอร์ลิน ทั้งตะวันตกและตะวันออก เก็บภาพกำแพงเบอร์ลินอดีตแห่งการแบ่งแยกที่ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่กิโลเมตร เพื่อเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ให้กับคนรุ่นหลัง นำคณะชม “เช็คพ้อยส์ชาร์ลี” จุดตรวจคนเข้า -ออก ระหว่าง 2 ฝั่งเบอร์ลิน ซึ่งท่านจะได้เห็นภาพของความพยายามในการหลบหนีของผู้คนจากฝั่งตะวันออกสู่ฝั่งตะวันตก และเป็นจุดที่ใช้แลกตัวเชลยในช่วงแบ่งแยกดินแดน ปัจจุบันจัดเป็นจุดแสดงเรื่องราวของกำแพงเบอร์ลิน ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงวันที่ผู้คนช่วยกันทลายกำแพง
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านผ่านชมพระราชวัง “ชาล็อตเทนเบิร์ก” อันสวยงามเดิมเป็นที่ประทับฤดูร้อนในสมเด็จพระราชินีโซเฟียชาล็อต ชม “โบสถ์ไกเซอร์วิลเฮมเกต คนิสเคิร์ช” หรือ “เมโมเรียลเชิร์ช” Wilhelm Memorial Church. ที่ยังคงร่องรอยความเสียหายจากงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันได้มีการสร้างโบสถ์กระจกสีน้ำเงินครามอยู่เคียงข้างแวะให้ท่านบันทึกภาพคู่กับ “ประตูชัยบราเดนเบิร์ก” สัญลักษณ์ของเยอรมันฝั่งตะวันออก “ถนนอุนเท่อร์ลินเด้น” ที่เปรียบได้กับชองป์เอลิเซ่แห่งปารีส, “ย่านเขตเมืองเก่า” ที่ประกอบไปด้วยโบสถ์สำคัญและอาคาร ทรงคลาสสิกมากมาย ชม “อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ” มีความสูง 67 เมตรตั้งอยู่บนถนน 17 มิ.ย.เป็นสัญลักษณ์ของสงครามต่อต้านฝรั่งเศส สร้างในปีค.ศ.1873 ความเจริญได้เข้ามาพัฒนาเมืองทั้ง 2 ฝั่งจนยากที่จะแยกแยะว่าตรงไหนคือเขตตะวันออก หรือตะวันตก
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :NH MITTE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียงพักกรุงเบอร์ลิน


 

 

วันที่ 7

เบอร์ลิน - แมกเดเบิร์ก– บรันชวิค– โคโลญจน์

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้าณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองแมคเดเบิร์ก” ชม สะพานคลอง “Magdeburg Water Bridge” ที่สร้างขึ้นเพื่อการขนส่งสินค้าทางตะวันออกและตะวันตก เป็นเส้นทางสำหรับเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่แล่นข้ามแม่น้ำเอลเบ้ ใช้เวลาสร้างถึง 6 ปี ถือว่าเป็นสะพานเรือที่ยาวสุดในโลกโดยมีความยาวประมาณ 9 18 เมตร งบประมาณในการก่อนสร้างประมาณ 500 ล้านยูโร
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองบรันชวิค” Braunschweig มีอายุเก่าแก่กว่าพันปี นำท่านเก็บภาพความประทับใจในเขตเมืองเก่า ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำโอเคอร์เป็นอดีตอาณาจักรของเยอรมนี เดิมแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ได้เวลาอันสมควรออกเดินทางสู่ “เมืองโคโลญจน์”
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :HOLIDAY INN KOLN HOTEL หรือระดับใกล้เคียงพักเมืองโคโลญจน์


 

 

วันที่ 8

โคโลญจน์ - โคเบลนส์– ล่องเรือแม่น้ำไรน์ - ลิ้มรสขาหมูเยอรมัน - ช้อปปิ้งโคโลญจน์ - มหาวิหารแห่งโคโลญจน์

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้าณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    ออกเดินทางเข้าสู่ “เมืองโคลเบลนท์” ซึ่งมีเขตเมืองเก่ามิดชิดอยู่ภายใน เป็นที่ตั้งของ “ด้อยซ์เอ๊กซ์” (Deutsche Ecke) หรือแปลว่า “หัวมุมเยอรมัน” ชมจุดบรรจบของแม่น้ำ2สาย “แม่น้ำโมแซล” และ “แม่น้ำไรน์” ซึ่งใหลมาบรรจบกัน และไหลรวมกันลงสู่ทะเลเหนือ บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์แห่งสงครามกับตัวอย่างกำแพงเบอร์ลินที่ทางการเยอรมันได้นำมาจากกรุงเบอร์ลินเพื่อติดตั้งตามส่วนต่าง ๆ เพื่อเตือนใจผู้คนถึงความเสียหายจากสงครามถ่ายรูปคู่กับ “อนุสาวรีย์มหึมาทรงม้ของของจักรพรรดิ์วิลเฮล์มที่ 1” อันโดดเด่นสง่างาม และวิวทิวทัศน์ปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งเรียงรายริมแม่น้ำไรน์จากมุมที่แม่น้ำสองสายบรรจบพบกันจากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่ท่าเรือ “นำคณะล่องเรือนำเที่ยวทันสมัยชมความสวยงามสองฝากฝั่งแม่น้ำไรน์” ที่มีเรื่องราวของปราสาทต่างๆเก่าแก่มากมายของมหาเศรษฐีในอดีตจากยุคโรมันและชาวเยอรมันเผ่าต่างๆที่ยังคงมีมนต์เสน่ห์อย่างไม่เสื่อมคลาย แม่น้ำแห่งนี้ยังก่อให้เกิดเรื่องราว , ตำนาน และบทเพลงต่างๆที่ทำให้ผู้คนหลงใหล เรือจะนำท่านผ่านหน้าผา “ลอเรไล” อันเป็นตำนานของหญิงสาวที่คร่าชีวิตผู้คนที่เดินทางโดยเรือผ่านแม่น้ำสายนี้จนเข้าสู่ “เขตเซนต์กอร์” เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงเพราะบทกวีของ Heinrich Hene เป็นเมืองที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยม ยังคงให้ภาพประทับใจเหมือนที่เคยเป็นมาในค.ศ.ที่ 19 เมืองสำคัญสำหรับจัดงานเทศกาลการจุดพลุประจำปีริมฝั่งแม่น้ำไรน์และยังลือชื่อด้านเหล้าองุ่นคุณภาพสูงของเยอรมัน ให้ท่านได้แพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ที่แสนสวยงามบนเรือจนกระทั่งเรือเทียบท่านำคณะเดินทางสู่เมือง “บ็อบพาร์ด” เมืองแสนสวยริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ซึ่งนอกจากมีทัศนียภาพที่สวยงามอันเปี่ยมสเนห์แล้ว บ็อบผาดยังมีชื่อเสียงในด้านวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายภาพอันสวยงามของแม่น้ำไรน์ และซื้อของที่ระลึกพื้นเมือง อาทิ มีดเยอรมนี,ที่เปิดไวน์,ของที่ระลึกน่ารักๆประดับบ้าน ฯลฯ
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น เมนูพิเศษ ! ชิมรส “ขาหมูเยอรมัน” รสชาติแบบต้นตำรับแท้ๆพร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการสัมผัสรสชาติ “เบียร์เยอรมัน” ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
บ่าย ได้เวลาอันสมควรออกเดินทางสู่ “เมืองโคโลญจน์” เป็นเมืองเมืองที่เก่าแก่ที่ตั้งมาตั้งแต่สมัยโรมันชื่อเมืองนี้มาจาก “โคโลเนีย” ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐ Nordrhein-Westfalen เยอรมันเหนือใกล้กับเมืองบอนน์เมืองหลวงเก่าของเยอรมันตะวันตกในสมัยอดีตก่อนการรวมตัวกันกับเยอรมันตะวันออกคนไทยเราจะรู้จักเมืองนี้ตามชื่อของน้ำหอม โอ เดอร์โคโลญจน์ (Eau de Cologne 4711) และที่นี้ก็เป็นแหล่งผลิตน้ำหอมดังกล่าวมาตั้งแต่เกือบ300ปี เลข 4711 คือเลขที่ของบ้านผู้ผลิตนั่นเอง นำคณะเข้าชมภายใน “มหาวิหารแห่งโคโลญจน์” สัญลักษณ์แห่งเมืองโคโลญจน์ เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิกดังเดิมขนานแท้ เป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ฐานแคบ สร้างในปี 1248 ใช้เวลาสร้างยาวนานมาราธอน 632 ปี เสร็จสมบูรณ์ในปี 1880 และครั้งหนึ่งสมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 ของประเทศไทย ได้เคยเสด็จมาเยือนเมื่อคราวเสด็จประพาสเยอรมันครั้งแรกในปี 1897 และที่มหาวิหารแห่งนี้ที่แม้ในปัจจุบันก็ยังมีการขุดพบซากเมืองโรมันโบราณข้างใต้ และข้างๆมหาวิหารทำให้เราทราบว่าชีวิตและอารยะธรรมของคนโคโลญจน์ไม่เคยแยกจากไกลจากมหาวิหารแห่งนี้เลย ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินพันธมิตรได้ถล่มวิหารแห่งนี้รวม 14 ครั้ง แต่ทุกครั้งเหมือนมีมนตร์ขลัง ลูกระเบิดพลาดจากมหาวิหารไปทุกคราวไปคงความเสียหายแก่มหาวิหารเพียงเล็กน้อย หลังจากนั้นให้คณะได้เดินเที่ยวชมเมืองโคโลญจน์พร้อมช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ,ของที่ระลึก ตลอดจนสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังนานาชนิดบนถนน Walking Street รอบมหาวิหาร
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :HOLIDAY INN KOLN HOTEL หรือระดับใกล้เคียงพักเมืองโคโลญจน์


 

 

วันที่ 9

แฟรงค์เฟิร์ท– ไฮเดนเบิร์ก– ช้อปปิ้งแฟรงค์เฟิร์ท

 

เช้า บริการอาหารมื้อเช้าณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองไฮเดลเบิร์ก” เมืองเก่าริมแม่น้ำเนกก้า นำท่านชมปราสาทโรมันโบราณ อันยิ่งใหญ่บนเนินเขาชมถังไวน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมให้ท่านได้ชิมไวน์รสเลิศแห่งลุ่มแม่น้ำเนกก้า นำท่านสู่จุดชมวิวบนยอดปราสาท จากนั้นเข้าชมพิพิธภัณฑ์เวชภัณฑ์ ที่รวบรวมประวัติความเป็นมาของยาและเครื่องเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่ผลิตในมืองแห่งนี้มีเวลาเลือกซื้อสินค้า ผลิตภัณฑ์ของเยอรมัน ณ เขตเมืองเก่าเมืองไฮเดลเบิร์กให้ท่านได้ชิมไวน์รสเลิศแห่งลุ่มแม่น้ำไรน์ โดยเฉพาะไวน์ขาวที่เลื่องชื่อ นั่นคือเขตไรน์เกาพันธุ์รีสลิ่งเมื่อดื่มแล้วท่านจะรู้สึกถึงความสดชื่น ก็เป็นจุดเด่นของไวน์รีสลิ่ง เพราะเป็นองุ่นที่มีกรดสูงทำให้มีรสเปรี้ยวเพิ่มความกระชุ่มกระชวย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะท่านออกเดินทางสู่ “เมืองแฟรงค์เฟิร์ท” ซึ่งตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำไรน์ Rhine river เป็นเมืองที่มีประวัติต่อเนื่องอันยาวหลายศตวรรษเคยเป็นสถานที่ซึ่งกษัตริย์และจักรพรรดิหลายพระองค์ เคยใช้ประกอบพิธีราชาภิเษกตั้งแต่ในยุคสมัยกลางแฟรงค์เฟิร์ท เป็นนครอิสระที่เก่าแก่มาก่อนและมีที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสำคัญ เป็นเมืองเชื่อมติดต่อกับยุโรปในด้านการค้า, คมนาคม และทางการทูต ที่เชื่อมสัมพันธ์กันระหว่างราชอาณาจักรปัจจุบันแฟรงเฟิร์ทกลายเป็นเมืองศูนย์กลางการคมนาคมเชื่อมโยงไปทั่วประเทศ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงทางการค้าของเยอรมัน
    ***อิสระกับการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม อาทิเช่น Louis Vuitton , Chanel ฯลฯ***
ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ท ให้ท่านได้มีเวลาในการทำภาษีก่อนขึ้นเครื่องเดินทางกลับ
15.30 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์เที่ยวบินที่ QR 068
22.30 น. เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)


 

 

วันที่ 10

กรุงเทพฯ

 

01.10น. เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 832
12.05 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ


อัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง

16 - 25 ต.ค. 2558

ผู้ใหญ่พัก ห้องละ 2 ท่าน

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน

ราคาต่อท่าน 89,900.-

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ( มีเตียงเสริม ) 85,900.-

พักเดี่ยว จ่ายเพิ่ม

ราคาท่านละ 18,000.-

89,900 บาท

ข้อมูลประกาศ

แจ้งประกาศไม่เหมาะสม

ข้อมูลผู้ลงประกาศ

สินค้าแนะนำ