มัณฑะเลย์-เมย์เมี่ยว-สกายน์-อมรปุระ 3 วัน

คำเตือน! โปรดใช้วิจารณญานในการซื้อสินค้า อย่าโอนเงินให้ก่อนรับสินค้า ในทุกกรณี และควรตรวจสอบข้อมูลผู้ขายให้แน่ใจทุกครั้ง ! ThaiSecondhand.com เป็นแค่สื่อกลางในการให้บริการประกาศซื้อ-ขายเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในสินค้าและบริการ

 

รายละเอียดประกาศ : มัณฑะเลย์-เมย์เมี่ยว-สกายน์-อมรปุระ 3 วัน


โปรแกรม


วันที่ 1

กรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ)-มัณฑะเลย์-เมย์เมี่ยว-เจดีย์อองทูกันทาพญา-สวนดอกไม้-ตลาดพื้นเมือง

 

07.00 น. พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าประตูที่ 3-4 เคาน์เตอร์ H-J สายการบินไทย (TG) โดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน 
09.45 น. ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบินไทย (TG) เที่ยวบินที่ TG 309  (เวลาที่พม่าช้ากว่าเมืองไทย 30 นาที)

11.00 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีอันรุ่งเรืองของพม่า เมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ยังคงใช้ชื่อเดิมเรื่อยมาไม่มีการเปลี่ยนแปลง มัณฑะเลย์ตั้งอยู่บนที่ราบอันแห้งแล้งและเขตทำนาปลูกข้าวตามแนวลำน้ำเอยาวดีตอนบน ประชากรมากกว่า 1 ล้านคนมีลักษณะอากาศร้อน (ยกเว้นช่วงฤดูหนาว ธันวาคม–กุมภาพันธ์) ปัจจุบันมัณฑะเลย์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีนาฎศิลป์และคีตศิลป์ดีที่สุดในพม่า เดินทางสู่เมืองเมย์เมี่ยว เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียง หรือที่รู้จักกันในนามของเมืองพินอูลวิน (PYIN OO LWIN) ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษ เราก็จะได้สัมผัสถึงกลิ่นอายความเป็นผู้ดีอังกฤษที่ยังคงหลงเหลือยู่ในแดนตะวันออกแห่งนี้ ทั้งบ้านเรือนไม้อายุ ร้อยกว่าปี ที่ยังคงสีสันสวยสดงดงาม โบสถ์ทรงโคโรเนียล กลางเมือง หรือจะเป็น จตุรัสกว้างหน้าหอนาฬิกาประจำเมืองสไตล์ยุโรป สามารถสัมผัสกับบรรยากาศเย็นสบายได้ตลอดทั้งปี
เที่ยง รับประทานอาหารกลาง ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำเข้าที่พัก Myanmar Thessure Hotel หรือ Aureum Palace Hotel (3 ดาว) หรือเทียบเท่า
บ่าย ชมเจดีย์อองทูกันทาพญา ที่ว่ากันว่า มีเรื่องเล่าที่น่าอัศจรรย์เกี่ยวกับวัดนี้อยู่ว่า... ขณะขนส่งพระพุทธรูปหินอ่อนแกะสลัก ที่มีน้ำหนักถึง 17 ตัน แต่ระหว่างทางรถบรรทุกได้เกิดอุบัติเหตุ แม้จะนำรถเครนมายก เท่าไหร่ก็ยกไม่ขึ้น และ พระผู้ใหญ่ในเมืองฝันว่า พระพุทธรูปองค์นี้ ประสงค์ที่จะประดิษฐานอยู่ที่นี่ จึงได้สร้างวัด และ อัญเชิญท่านมาเป็นพระประธาน ของวัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธามากของผู้คนในเมือง... ไหว้พระขอพรกันเป็นที่เรียบร้อย แล้วนำชมสวนดอกไม้ (NATIONAL KANDAWYGI GARDEN) สวนเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1924 เดินผ่านประตูโบราณเข้ามา ชมความงดงามของดอกไม้นานาพันธ์ นำทุกท่านขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 10 ภาพเบื้องหน้าเมื่อแรกเห็น คือ สีสันที่แต่งแต้มอยู่บน ภาพวาดผืนใหญ่ ทั้ง แดง ชมพู  เหลือง ส้ม เป็นจุดเล็กๆ ตัดกับสีเขียวอ่อน และ เข้ม ไล่สีกันอย่างงดงาม มองเรื่อยออกไป จะเป็นทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ของ ทะเลสาบ กันดอยี เป็นสวนสวย หลังจากสูดอากาศบริสุทธิ์กันเต็มที่แล้ว เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศสไตล์ยุโรป จากนั้นอิสระให้ทดลองเดินชมตลาดพื้นเมือง ที่เต็มไปด้วยสินค้าพื้นเมืองนานาชนิต และสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยได้เป็นอย่างดี นั่นคือ สตอเบอร์รี่ ลูกอวบอ้วน ในราคาย่อมเยาว์  หรือจะเป็นไวน์พื้นเมือง ที่มีทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง ให้เลือกตามความชอบใจ บริการทุกท่านด้วยการนั่งรถม้า ชมเมือง 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  หลังอาหารพักผ่อนอิสระ 


 

 

วันที่ 2

เมย์เมี่ยว-เมืองสกายน์-มัณฑะเลย์-พระราชวังมัณฑะเลย์-วัดกุโสดอร์ วิหารไม้สักชเวนันดอร์-ภูเขามัณฑะเลยฮิลล์

 

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม     
08.00 น. เดินทางสู่เมืองสกายน์ จากนั้นนำท่านผ่านชมภูเขาสกายน์ ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของเมืองสกายน์ ลุ่มแม่น้ำอิระวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่น้ำ ประมานพุทธศตวรรษที่ 19 มีเจ้าเชื้อสายไทยใหญ่เมืองสกายน์ นาม สอยุน รวบรวมผู้คนแล้วตั้งตนเป็นกษัติย์อยู่ที่เมืองสกายน์ หรือสะแกง ที่ตั้งปัจจุบันอยู่ใหล้เนินเขาบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากมัณฑะเลย์ไปทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร สกายน์เป็นราชธานีได้เพียง 59 ปี ภายหลังเกิดการชิงอำนาจกัน สุดท้ายพระเจ้าโดะมินพญา ได้รับชัยชนะจึงย้านเมืองหลวงใหม่มาตั้งที่ปากแม่น้ำมิดแง ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำอิรวดี จนเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมา จากนั้นชมเจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ.1636 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา มีตำนานเล่าว่าองค์ระฆังทรงกลมผ่าครึ่งซีกนี้ ได้ต้นแบบมาจากถัน พระชายาคนโปรดของพระเจ้าต้าหลู่ องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร และใช้อิฐในการก่อสร้างมากถึง 10,126,552 ก้อน แล้วชม Umin Thonse`Pagoda or 30 Caves Pagoda เจดีย์อูมินทงแส่ ภายในมีพระพุทธรูป 45 องค์ประดิษฐานเรียงกันเป็นครึ่งวงกล จากนั้นขึ้นดอยสกายน์ เป็นภูเขาขนาดกลาง มีจุดชมวิวที่คุณสามารถมองเห็นเจดีย์ต่างๆ ที่วางตัวอยู่ตามไหล่เขา เพื่อจะได้ทำความรู้จักกับเมืองสกายน์ให้มากขึ้น เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหนของด้านบน สิ่งที่เห็นได้คือ กลุ่มเจดีย์ต่างๆ ที่กระจายตัวอยู่โดยรอบ มองเรื่อยไปจนสุด ถึงแม่น้ำอิระวดี แม่น้ำสายหลักของเมืองนี้ ที่ยังคงทำหน้าที่ เลี้ยงผู้คนริมลำน้ำได้อย่างดี ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เชิญถ่ายภาพตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารกลาง ณ ภัตตาคาร  
บ่าย นำชมพระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace ) พระราชวังหลวงของพระเจ้ามิงดง สร้างขึ้นตามผังภูมิจักรวาลแบบพราหมณ์ปนพุทธ โดยสมมุติให้เป็นศูนย์กลางของโลก(เขาพระสุเมรุ) แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีกำแพงล้อมร้อบทั้งสี่ทิศ แต่ละทิศมีประตูทางเข้า 3 ประตู รวมทั้งสิ้น 12 ประตู ที่ประตูทำสัญลักษณ์จักรราศีประดับเอาไว้ ใจกลางพระราชวังเป็นห้องพระมหาปราสาท (ห้องสีหาสนบัลลังก์) เป็น ปยัตตั้ด (ยอดปราสาท) หุ้มด้วยแผ่นทองซ้อนกัน เจ็ดชั้นสูง 78 เมตร เชื่อกันว่า ความเป็นไปในจักรวาลจะลอดผ่านยอดปราสาท ตรงลงมาสู่พระแท่นราชบัลลังก์ ช่วยให้กษัตริย์ตัดสินพระทัยในเรื่องต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง นักมานุษยวิทยา ชื่อ ชาร์ส เคเยส กล่าวถึงพระราชวังไว้ในรายงาน ความว่า “กำแพงวังยาวเกือบ 2 กม. มีคูน้ำล้อมรอบ พ้นกำแพงออกไปเป็นบ้านเรือนของสามัญชน และชาวต่างชาติ ตลาด โรงงานของช่างฝีมือ และร้านรวงต่างๆ แต่กำแพงเมืองพุทธไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นปราการป้องกันข้าศึก อย่างของจีน และยุโรปในสมัยกลาง แต่สร้างไว้ เพื่อแสดงว่าพื้นที่ในวงล้อมของกำแพงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากกว่า ปัจจุบัน พระราชวังที่บูรณะขึ้นใหม่ ตั้งอยู่ในเขตป้อมมัณฑะเลย์ ของทางกองทัพ นำชมวิหารชเวนันดอร์ เคยตั้งอยู่ในพระราชวังหลวง เป็นที่ประทับนั่งสมาธิของพระเจ้ามินดง เพียงหลังเดียวที่เหลือรอดมาได้ จนสิ้นพระชนม์ที่วิหารแห่งนี้ พระเจ้าตี่ปอก็โปรดฯ ให้ย้ายมาไว้ยังที่ตั้งปัจจุบัน แล้วชมวัดกุโสดอร์ ใจกลางวัดเป็นเจดีย์มหาล่อกะมาระเส่ง (มหาโลกมารซิน) สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม เป็นวัดที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 และ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจารึกลงบนหินอ่อน 729 แผ่นเป็นภาษาบาลี ทั้งหมด จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ และต้องใช้พระสงค์ถึง 2400 รูปในการคัดลอก และใช้เวลานานถึง หกเดือนกว่าจะแล้วเสร็จ พระไตยปิฏกที่ชำระขึ้นในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็น “พระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก” จากนั้นเดินทางไปยังภูเขามัณฑะเลย์ฮิลล์ ตั้งอยู่กลางเมืองมัณฑะเลย์ สูง 236 เมตร ปากทางขึ้นมารูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่สองตัว เป็นจุดชมวิวสวยงามและมีปูชนียสถานสำคัญๆ ให้นักท่องเที่ยวไดชม ทั้งดูธรรมชาติ ดูทิวทัศน์อันสวยงามที่สุด และสามรถมองเมืองมัณฑะเลย์ ได้เกือบทั้งหมด พร้อมทั้งชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำเข้า

   ที่พัก Goldyadanar Hotel หรือ O-Way Hotel (3 ดาว) หรือเทียบเท่า      


 

 

วันที่ 3

พิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี-อมระปุระ-สพานไม้อูเบ็ง-มัณฑะเลย์ กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

 

04.00 น. นำท่านไปนมัสการพระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689  สูง 12  ฟุต 7  นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนีหรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426  ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลี จึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้งร่วมพิธีการอันสำคัญล้างพระพักตร์ถือเป็นการสักการะเพื่อความสิริมงคล บริการอาหารเช้า (กล่อง) พร้อมน้ำดื่ม
07.00 น. เดินทางไปยังเมืองอมรปุระ ซึ่งอยู่ตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ออกไป 12 กิโลเมตร พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างเมืองอมรปุระขึ้นในปี 1782 ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์  ซึ่งเป็นราชธานีที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 76 ปี โดยย้ายมาจากนครอังวะตามคำแนะนำของเหล่าปุโรหิตโหราจารย์  ที่หวั่นวิตกกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงขึ้นครองราชย์ การชิงอำนาจในช่วงนั้น เริ่มจากการสังหารหมู่ การใช้ไฟกวาดล้างโจมตีหมู่บ้านป่างคะในละแวกเมืองสกายน์ คนในหมู่บ้านถูกไฟครอกตายอย่างน่าสยดสยอง เหล่าพารหมณ์จึงเห็นพ้องว่า ควรย้ายราชธานีไปอยู่ที่อมรปุระ ให้เป็นราชธานีแห่งใหม่แทน ชมและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ ผ้าไหม จากนั้นชมสะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้นซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี ทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน (Toungthamon) ไปสู่วัดจอกตอจี ซึ่งมีเจดีย์ที่สร้างตามแบบวัดอนันดาแห่งเมืองพุกาม ชมวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ได้เวลาสมควรเดินทางสู่สนามบิน        
11.45 น. เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ  โดยสายการบินไทย (TG) เที่ยวบินที่ TG 310 
13.55 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยสวัสดิภาพ…..พร้อมความประทับใจ


อัตราค่าบริการ

กำหนดการเดินทาง

30 ก.ค. - 1 ส.ค. 58

27 - 29 ส.ค. 58

24 - 26 ก.ย. 58

22 - 24 ต.ค. 58

26 - 28 พ.ย. 58

24 - 26 ธ.ค. 58

ผู้ใหญ่พักห้องละ 2-3 ท่าน

ราคาต่อท่าน 22,900.-

เด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี (พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน+ไม่มีเตียง) 21,500.-

พักเดี่ยว จ่ายเพิ่ม

ราคาเดียวทุกพีเรียด ท่านละ 4,500.-


สำหรับกรุ๊ป 16-20 ท่าน (มีหัวหน้าทัวร์ไทย)

กรณีผู้เดินทางไม่ถึง 15 ท่าน ไม่มีหัวหน้าทัวร์ไทย (อย่างต่ำ 10 ท่าน ออกเดินทาง)

22,900 บาท

ข้อมูลประกาศ

แจ้งประกาศไม่เหมาะสม

ข้อมูลผู้ลงประกาศ

สินค้าแนะนำ